เมนู

 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 26/04/2012
ปรับปรุง 02/01/2017
สถิติผู้เข้าชม 393,218
Page Views 520,742
สินค้าทั้งหมด 1
 

60 ชั่วโมง กับเทศนาธรรม

60 ชั่วโมง กับเทศนาธรรม

พระธรรมเทศนา

โดย  ท่านสยาดอ อูบัณฑิตา  ประเทศพม่า

 

2  ธันวาคม  2546

            สำนักนี้มีอายุสร้างมาได้ 10 ปี เพื่อเป็นที่ปฏิบัติของโยคีทั้งหลาย เงินได้มาจากชาวบ้านท้องถิ่น และชาวต่างชาติ

            ศาสนยิกะ        :   ศาสนามาจากฝึก

                                    :   ยิกะ คือความสุข ความสงบ

            คือศาสนาที่มุ่งความสงบสุขของโลก

โลกปัจจุบันเร่าร้อนด้วยไฟสามกอง คือ ราคะโทสะ โมหะ ซึ่งดับได้โดยใช้วิปัสสนาตามที่เราปฏิบัตินี้

            สำหรับที่นี้ ก็พยายามทำให้ดีที่สุด อะไรขาดตกบกพร่องก็ขออภัย ทุกคนมาที่นี่ เพื่อที่จะลดละไฟสามกอง เพราะฉะนั้นขอให้อดทน

การที่จะอำนวยความสะดวกได้มี  2 อย่าง    1.  สถานที่สัปปายะ     2. อาหารและทุก ๆ อย่าง

 

3   ธันวาคม 2546

            ปีนี้จะพูดจากมัชฌิมนิกาย ก่อนที่โยคีจะกินอาหาร ก็ควรจะพิจารณาอาหารก่อน แล้วค่อยกิน

ประชาชนที่อาศัยรวมกันอยู่ ซึ่งผู้คนเหล่านี้ก็จะถูกครอบงำด้วยไฟ 3 กอง ซึ่งมีวิธีเดียวเท่านั้น ที่จะกำจัดไฟ 3 กอง คือปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน  ต้องมีศรัทธา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ถ้าไม่มีศรัทธาก็จะปฏิบัติไม่ได้ผล   ศรัทธามี 4 อย่างคือ

            1. ปสาทศรัทธา คือเชื่อคำสอน

            2. โอกาสนศรัทธา คือ เชื่อเพราะมีเหตุผล

            3. อติกมัสศรัทธา คือ เชื่อเพราะเห็นจริง เพราะได้ปฏิบัติ

            4. อกรรมมัตศรัทธา คือ เชื่อแล้วก็ดำเนินไปโดยไม่เปลี่ยนแปลง

            การปรับอินทรีย์ 5

                        ศรัทธา – วิริยะ

                        สติ

                        สมาธิ – ปัญญา

            กำหนดทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทำอย่างไรให้การปฏิบัติก้าวหน้า คือทำให้รู้แจ้งตามเป็นจริง ห้ามตั้งความหวังอยากเห็นโน่น เห็นนี่

            พลังกาย พลังจิตที่แหลมคม คือ กำหนดพองยุบ ซึ่งจะมีผลในการ เพิ่มพลังของศรัทธา สติ สมาธิ แต่ต้องกำหนดทุก ๆ อย่างที่ปรากฏขึ้น  โยคีจะเอาชนะกิเลสได้  ต้องกำหนดให้ถี่ ติดต่อ ต่อเนื่อง การที่จะให้ถึงเป้าหมายของ วิตก วิจาร ปิติ ต้องอาศัยพลังของการปฏิบัติ หรือต้องอาศัยความเพียร เพื่อข้าม วิตก วิจาร ปิติ

            ผู้ที่จะเอาชนะนิวรณ์ได้ จะต้อง อาศัยความเพียร มีสติ มีความสำรวม มีความอดทน เวลาเจ็บปวด ต้องอาศัยสติ ความเพียร ต้องอดทน เข้มแข็ง  เมื่อจิตอดทน มีความเพียรเข้มแข็งได้ ก็จะเอาชนะอกุศลมูล  ซึ่งเราจะ ปฏิบัติตามสติปัฏฐานสี่ ก็จะมีโอกาสเกิดเป็นมนุษย์ ถ้าไม่ปฏิบัติก็จะเกิดเป็นมนุษย์ได้ยาก

 

5  ธันวาคม  2546

            ธรรมะคือคำสอนเพื่อยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น  ซึ่งให้ผลในทางดีแก่ตนเองและผู้อื่น  ธรรมะมีหลักเกณฑ์วางไว้เพื่อให้ประพฤติปฏิบัติ  เพื่อยกระดับจิตให้สูงขึ้น  การเรียนรู้วิธีฝึกที่ถูกต้องในเรื่องศีล  สมาธิ  ปัญญา  ทำให้มีความรู้  ความเข้าใจ  ความฉลาด  ไม่นำไปสู่ความชั่ว  ซึ่งมีผลคือ ทำให้มีความทุกข์ยากลำบาก  การถือศีลก็คือ  การควบคุมกาย  วาจา  ใจ  ให้สงบเรียบร้อย  เกิดสมาธิ  ปัญญา  เห็นประโยชน์ในการกำหนดรูปนาม  คุณลักษณะของธรรมะเป็นเหตุทำให้ศรัทธาซึ่งฝังลึกอยู่ในจิตใจของโยคีถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา  เมื่อตื่นมาแล้วผู้นั้นก็จะลงมือทำอะไร ๆ ได้  คือ  เริ่มปฏิบัติธรรม  แรงศรัทธากระตุ้นให้บุคคลนั้นฝึก  เมื่อฝึกแล้วได้ความสว่าง  ความเข้าใจคุณค่าของธรรมะว่า  ไพเราะในเบื้องต้น  ท่ามกลาง  และเบื้องปลายโดยการฝึกศีล  สมาธิ  ปัญญา  ก็จะพบกับคุณของธรรมะ  เริ่มด้วยการฟังธรรม  รู้จักสงบใจ  เมื่อมีสิ่งใดมากระทบ  ชอบใจไม่ชอบใจในขณะฟังธรรม  ขณะที่ฝึกสติปัฏฐานอยู่  ได้สติแก่กล้า  สมาธิก็ตามมา  สามารถเห็นสภาวะของรูปนามตามที่เป็นจริงตามธรรมชาติ  เห็นเหตุที่เกิดขึ้น  ผลของเหตุ  การเกิดขึ้น  ตั้งอยู่  ดับไปของรูปนาม  สภาวะที่เป็นอนิจจัง  ทุกขัง  อนัตตา  เรียก 3 ลักษณะปรากฎ  ผู้ฝึกก็จะเกิดปิติสุข  เห็นคุณค่าของธรรมะยิ่งขึ้น  เมื่อฝึกมาก ๆ ก็จะเจริญก้าวหน้า  จิตก็จะสงบมากขึ้น  สามารถกำหนดได้เมื่อสิ่งใดมากระทบ  เมื่อกำหนดรูปนามได้คล่องแคล่วก็สามารถบรรลุมรรคผลนิพพานได้  นี่คือคุณลักษณะในเบื้องปลายของธรรมะ

 

            มนุษย์มี 3 ประเภท

                        1. จัดว่าเป็นมนุษย์  คือ ชาย หญิง  ที่ถือศีล  มีหิริ โอตัปปะ  เช่น ไม่ฆ่าสัตว์  จัดว่าเป็นมนุษย์ขั้นต้น  สามารถควบคุมตนเองได้ในระดับต้น  ๆ  สามารถทำการงานเป็นผู้บริหารกิจการงาน  มีหน้าที่การงานดี  เพราะศีลทำให้มีพฤติกรรมดี  ป้องกันอันตรายแก่ตนเองและสังคมได้  ผลของศีล  ตายไปไม่ตกไปสู่อบายภูมิ  นั่นคือ  ศีลทำให้คนเป็นมนุษย์

                        2. บุคคลที่ฝึกจิตภาวนามหาสติปัฏฐาน  เพื่อชนะกิเลส  เครื่องเศร้าหมองให้หลุดพ้นจากใจ  หมั่นหาความรู้ทางธรรมะระดับนี้จะสามารถควบคุมตนเองได้ดีกว่าข้อ 1  คือมีศีลและภาวนา

                        3. มนุษย์ขั้นที่ 3  คือฝึกวิปัสสนากรรมฐานได้จนถึงจุดหมายปลายทาง  คือ  มรรคผลนิพพานเป็นโสดาบัน  อริยะบุคคลขั้นต้น  จัดเป็นมนุษย์ที่มีจิตใจสูงกว่าข้อ 1 และ 2  ไม่หวั่นไหว  คลอนแคลนในสิ่งที่เร้าอารมณ์ไปสู่ที่ต่ำไม่ไปสู่อบายภูมิอีกเป็นขั้นที่มนุษย์ทุกคน  จะต้องรักษาใจตนเองให้อยู่ได้เป็นขั้นที่จำเป็นสำหรับทุกคนเป็นขั้นต่ำ  ขั้นต่อไปคือ  อริยะขั้น  2 , 3  และขั้นอรหันต์

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 [Next]
  Copyright 2005-2012 www.sati99.com All rights reserved.
view