เมนู

 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 26/04/2012
ปรับปรุง 04/06/2019
สถิติผู้เข้าชม 531,338
Page Views 696,347
สินค้าทั้งหมด 1
 

แนวทางการสอบอารมณ์

แนวทางการสอบอารมณ์

 

ข้อควรจำในการสอบอารมณ์ประการการแรกได้แก่ “ให้เล่าว่าผู้ปฏิบัติกำหนดอารมณ์หลักอย่างไร และเกิดความรู้สึกอะไร” อารมณ์หลักที่จิตควรตามระลึกรู้ตามที่เป็นจริง ก็คือสภาวะการพองยุบของท้องในขณะที่ผู้ปฏิบัติหายใจ การพองยุบของท้องนี้เป็นอารมณ์หลักในการเจริญกรรมฐานในแง่ที่ว่าเมื่อไม่มีอารมณ์อื่นที่เด่นชัดกว่า ผู้ปฏิบัติควรจะตามระลึกรู้ความรู้สึกขณะที่ท้องพองยุง นอกจากนี้เมื่อได้กำหนดรู้อารมณ์อื่นที่แทรกเข้ามาและอารมณ์นั้นได้ดับไปแล้ว จิตก็ควรที่จะกลับมาระลึกรู้สภาวะการพองยุบ

 

ผู้ปฏบัติควรจะสามารถบอกได้ว่าผู้ปฏิบัติตามระลึกรู้ความรู้สึกขณะที่ท้องพองตั้งแต่ต้นจนสุดได้อย่างไร เมื่อผู้ปฏิบัติหายใจเข้านั้นท้องจะเริ่มพองขึ้นค่อนข้างรวดเร็ว และคงพองขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะที่ผู้ปฏิบัติยังคงหายใจเข้าและเมื่อผู้ปฏิบัติหยุดหายใจเข้าอาการพองก็จะสิ้นสุดลงด้วย

 

ในขณะที่กำหนดสภาวะการพองของท้อง ผู้ปฏิบัติควรตามระลึกรู้สภาวะการพองของท้องทั้งหมดไปจนตลอดสาย พระคุมภีร์ย้ำว่าการระลึกรู้ในลักษณะนี้ควรจะนำมาใช้เป็นหลักของการปฏบัติ (สัพพกายปฏิสังเวที) คำกล่าวนี้หมายถึงผู้ปฏิบัติควรจะกำหนดรู้สภาวะทางกายทั้งหมดขณะที่ท้องพองขึ้นนับแต่จุดเริ่มต้น ตอนกลาง และสิ้นสุดอย่างต่อเนื่องเท่าที่จะเป็นไปได้ (กล่าวคือโดยไม่ขาดตอน) จิตที่กำหนดรู้นั้น ควรที่จะจดจ่อ และตามระลึกรู้พร้อมไปกับการเคลื่อนไหวของท้องที่พองขึ้นอย่างแนบแน่นทั้งสามช่วง กล่าวคือ ช่วงต้น กลาง และสิ้นสุด จริงอยู่ผู้ปฏิบัติใหม่ย่อมไม่สามารถจะตามกำหนดสภาวะได้หมดทั้งสามช่วง แต่ก็ควรพยายามเพื่อที่จะทำให้ได้ การที่ผู้ปฏิบัติถูกเคี่ยวเข็ญให้พากเพียรเช่นนี้ก็ด้วยเกรงว่าผู้ปฏบัติจะผ่านการอบรมกรรมฐานไปอย่างไม่ใส่ใจนัก แล้วพบว่าตนเองไม่ค่อยได้รับประโยชน์เท่าที่ควรเพมื่อเสร็จสิ้นการอบรมแล้ว และเพื่อให้แน่ใจได้ว่าผู้ปฏิบัติมีสมาธิจดจ่อเพียงพอในการกำหนดอารมณ์

 

ผู้ปฏิบัติควรที่จะสามารถรายงานได้ว่าสามารถกำหนดอารมณ์ได้โดยมีสมาธิเพียงพอหรือไม่ อารมณ์ที่เกิดขึ้นและจิตที่กำหนดรู้นั้นพร้อมเพรียงกันเพียงใด และผู้ปฏิบัติสามารถระลึกรู้สภาวะ (พองยุบ) ได้ตลอดสายหรือไม่ หากสามารถกำหนดได้อย่างถูกต้องแล้ว ผู้ปฏิบัติประสบกับสภาวะอะไร ทั้งนี้มิได้หมายความว่าผู้ปฏิบัติควรจะใส่ใจและสามารถบรรยายอารมณ์อื่น ๆ (ที่ไม่เกี่ยวข้อง) แต่ผู้ปฏบัติควรที่จะสามารถรายงานถึงลักษณะของอารมณ์หลักที่กำหนดจดจ่ออยู่ได้อย่างชัดเจน และควรจะรายงานได้ด้วยว่า จริง ๆ แล้วการพองของท้องที่ผู้ปฏิบัติรู้สึกได้นั้นมีสภาพเป็นอย่างไร

 

การเจริญกรรมฐานในแนวทางนี้มีสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นและดำเนินไปอยู่สองประการคือ หนึ่งได้แก่การเฝ้าสังเกตหรือตามรู้สภาวะอารมณ์ที่กำลังเกิดขึ้น สองได้แก่สภาวะการระลึกรู้ที่เป็นผลจากการเฝ้าสังเกตหรือตามรู้นั้น ผู้ปฏิบัติจะสามารถเล่าว่าอะไรคือสิ่งที่ปฏิบัติได้ “เห็น” หรือประสบมาได้ก็ต่อเมื่อได้ผ่านกระบวนการทั้งสองนี้แล้วเท่านั้น

 

ในกรณีของการกำหนดอารมณ์หลัก ผู้ปฏิบัติต้องสามารถบอกได้ว่าควรระลึกรู้ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นพร้อมๆ กันกับอารมณ์ที่กำหนดคือสภาวะการพองของท้องไปอย่างต่อเนื่องหรือไม่ หากกระบวนการทั้งสองเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน

 

ผู้ปฏิบัติ “เห็น” อะไร (หรือระลึกรู้อะไร) ผู้ปฏิบัติรู้สึกถึงรูปพรรณสัณฐานของท้องหรือลักษณะของอาการพองนั้น หรือรับรู้อาการตึงและการเคลื่อนไหวในขณะที่ท้องพองขึ้น

 

ขณะที่ท้องพองขึ้นนั้น มีลักษณะทางกายที่ปรากฏอยู่ 3 อย่างคือ

  1. รูปร่างหรือสัณฐานของท้อง
  2. ลักษณะอาการการเคลื่อนไหวของท้อง
  3. ลักษณะปรมัตถหรือสภาวะลักษณะของท้อง

 

สัณฐานหรือรูปร่างนั้นหมายถึงรูปทรงหรือรูปร่างของท้องที่ผู้ปฏิบัติกำหนดอยู่ ร่างกายทั้งตัวของผู้ปฏิบัตินับเป็นลักษณะแห่งรูปร่างหรือสัณฐานเนื่องจากท้องเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ท้องจึงเป็นลักษณะที่เป็นสัณฐานหรือรูปร่างของการพองด้วย

  Copyright 2005-2012 www.sati99.com All rights reserved.
view