เมนู

 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 26/04/2012
ปรับปรุง 04/06/2019
สถิติผู้เข้าชม 531,340
Page Views 696,349
สินค้าทั้งหมด 1
 

แนวทางการสอบอารมณ์

แนวทางการสอบอารมณ์

 

ส่วนลักษณะที่เป็นอาการของท้องนั้นหมายถึงลักษณะของท้องขณะใดขณะหนึ่ง เช่น ท้องมีลักษณะราบเรียบพองหรือยุบ พระคัมภีร์เรียกลักษณะเหล่านี้ว่า “อาการะ” อีกตัวอย่างหนึ่งของ “อาการะ” ก็คือลักษณะฝ่ามือที่หุบเข้าเป็นกำหมัด หรือคลายออกเป็นฝ่ามือที่แบอยู่และอีกตัวอย่างหนึ่งได้แก่อิริยาบถต่าง ๆ ของร่างกายได้แก่อาการนั่ง ยืน เดินหรือนอน

 

หากผู้ปฏิบัติเฝ้าดูท้องอย่างตั้งอกตั้งใจในระหว่างการปฏิบัติกรรมฐาน ผู้ปฏิบัติจะ “เห็น” (หรือระลึกรู้) รูปร่างสัณฐาน หรือไม่ก็อาการของท้องก่อนที่จะสามารถ “เห็น” ลักษณะที่รู้สึกได้จริง หรือสภาวะปรมัตถของท้อง  อย่างไรก็ตามการ “เห็น” รูปร่างและอาการนี้ยังไม่นับว่าเป็นวิปัสสนา ผู้ปฏิบัติต้องก้าวล่วงสัณฐานและอาการไปสู่การระลึกรู้ลักษณะที่แท้จริงหรือสภาวะปรมัตถของท้องเช่น  ความตึง ความหย่อนและความเคลื่อนไหวที่รู้สึกได้ในขณะที่ท้องพองขึ้นหรือยุบลง หากผู้ปฏิบัติเพียรกำหนดอย่างจดจ่อก็จะสามารถ “เห็น” สภาวะลักษณะหรือลักษณะปรมัตถเหล่านี้ได้ และผู้ปฏิบัติต้องสามารถรายงานลักษณะเหล่านี้ได้ในระหว่างการสอบอารมณ์ อย่างไรก็ตามผู้ปฏิบัติจะต้องเล่าเฉพาะสิ่งที่ตนเองได้ประสบมาจริง ๆ เท่านั้น มิใช่คิดนึกเอาเองว่าได้ “เห็น” อะไร การรายงานจะต้องอยู่บนพื้นฐานของวิปัสสนาปัญญาที่เกิดขึ้นจริง ๆ เท่านั้น

 

ในทำนองเดียวกันผู้ปฏิบัติควรจะสามารถเฝ้าสังเกต ระลึกรู้ และรายงานได้ว่าเมื่อหายใจออกและท้องยุบลงเรื่อย ๆ ผู้ปฏิบัติสามารถกำหนดและ “เห็น” อะไร

 

เช่นเดียวกันเมื่อผู้ปฏิบัติเดินจงกรม ขณะที่ยกเท้าขึ้นผู้ปฏิบัติสามารถกำหนดสภาวะต่าง ๆ ได้พร้อม ๆ กับการยกเท้าโดยตลอดตั้งแต่ต้นจนจบหรือไม่ หากกระทำได้ผู้ปฏิบัติ “เห็น” อะไร  ผู้ปฏิบัติ “เห็น” รูปเท้า อาการยกเท้า หรือรู้สึกว่าเท้าค่อย ๆ เบาและลอยสูงขึ้นหรือรู้สึกว่าเท้าเริ่มเกร็งและถูกผลักดัน

 

ผู้ปฏิบัติจะต้องสามารถรายงานลักษณะใดลักษณะหนึ่งในลักษณะทั้งสามข้างต้นได้ และการกำหนดรู้จะต้องมีความตั้งมั่นเพียงพอที่จะทำให้ผู้ปฏิบัติสามารถรายงานลักษณะดังกล่าวได้ เมื่อผู้ปฏิบัติย่างเท้าออกไป (ในระหว่างการเดินจงกรม) จิตของผู้ปฏิบัติสามารถกำหนดรู้อย่างแนบแน่นพร้อม ๆ ไปกับอาการย่างเท้าหรือไม่ ณ จุดนี้ก็เช่นกัน ผู้ปฏิบัติ “เห็น” อะไร “เห็น” รูปเท้า อาการย่าง หรือ สภาวะลักษณะของการย่างนี้ เช่นรู้สึกว่าเท้าถูกผลักจากข้างหลัง หรือดึงจากข้างหน้า ในทำนองเดียวกัน เมื่อผู้ปฏิบัติเหยียบเท้าลง ผู้ปฏิบัติสามารถกำหนดรู้การค่อย ๆ เคลื่อนเท้าลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบกระทั่ง เท้าแตะพื้นหรือไม่ หากกระทำได้ ผู้ปฏิบัติ “เห็น” อะไร เท้า อาการเหยียบ หรือสภาวะลักษณะหรือสิ่งที่รู้สึกได้จากความเคลื่อนไหวนี้ เช่นเท้ารู้สึกเบาและนุ่มเป็นต้น หรือไม่

 

สำหรับการกำหนดอารมณ์อื่น ๆ ก็เช่นเดียวกันเช่นการคู้และเหยียดแขนขา การหมุนตัว หรือการเอนตัว การนั่งและการยืน ในสภาวะที่ปรากฏอยู่เหล่านี้ ผู้ปฏิบัติสามารถกำหนดรู้อารมณ์ให้ทันกับปัจจุบันลักษณะตั้งแต่ต้นจนจบของสภาวะต่าง ๆ ได้หรือไม่ ทั้งนี้ผู้ปฏบัติต้องจำกัดการรายงานเฉพาะอารมณ์ที่กำหนดในลักษณะทั้งสามดังกล่าวแล้วเท่านั้น ผู้ปฏิบัติไม่ควรหลงไปรายงานอารมณ์ที่เกิดขึ้นจากการฟุ้งซ่านที่ไม่ได้กำหนดหรือวัดส่ายออกนอกลู่นอกทาง

 

ผู้ปฏิบัติธรรมควรที่จะเข้าใจถึงลักษณะที่ปรากฏทางกายและทางจิต 3 ลักษณะคือ

  1. สภาวะลักษณะ
  2. สังขตะลักษณะ
  3. สามัญลักษณะ

 

สภาวะลักษณะ  หมายถึงลักษณะเฉพาะของกายและจิต ยกตัวอย่างเช่น ความแข็งและความอ่อนเป็นลักษณะเฉพาะของกระดูกและเนื้อตามลำดับ ลักษณะดังกล่าวนี้เป็นลักษณะเฉพาะของธาตุดิน (ปฐวีธาตุ) มิใช่ลักษณะเฉพาะของธาตุอื่น ๆ ซึ่งเป็นสภาวะลักษณะเช่นกันคือ อาโปธาตุ (ความลื่นไหลและเกาะกุม) เตโชธาตุ (ความร้อนและเย็น) และวาโยธาตุ (การค้ำจุน เคลื่อนไหว ผลักดัน เคร่งตึง หรือหย่อน)

 

ลักษณะเฉพาะของจิตก็คือความสามารถในการรับรู้ ลักษณะเฉพาะของผัสสะก็คือการที่จิตกระทบกับอารมร์และลักษณะเฉพาะของเวทนา ก็คือความรู้สึก (เสวยอารมณ์)

  Copyright 2005-2012 www.sati99.com All rights reserved.
view