เมนู

 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 26/04/2012
ปรับปรุง 04/06/2019
สถิติผู้เข้าชม 531,342
Page Views 696,353
สินค้าทั้งหมด 1
 

แนวทางการสอบอารมณ์

แนวทางการสอบอารมณ์

 

ข้อควรจำประการที่สองได้แก่ “ต่อเมื่อผู้ปฏิบัติประจักษ์แจ้งสภาวะลักษณะ (ลักษณะที่แท้จริง) เท่านั้น สังขตะลักษณะ (ลักษณะของการปรุงแต่ง) จึงจะปรากฏ” โดยผู้ปฏิบัติจะเห็นสภาพธรรมนั้นเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป และเมื่อสังขตะลักษณะปรากฏแล้ว สามัญลักษณะก็จะปรากฏตามมา กล่าวคือ สังขตะลักษณะและสามัญลักษณะย่อมจะปรากฏขึ้น หากผู้ปฏิบัติกำหนดรู้สภาวะลักษณะอย่างจดจ่อถูกตรง  และเท่าทันปัจจุบันอารมณ์  สามัญลักษณะนี้เมื่อเกิดขึ้นก็จะแสดงให้เห็นซึ่งความไม่เที่ยง ไม่น่าพึงพอใจและไม่มีตัวตนให้ยึดถือ หรือไม่อาจบังคับบัญชาได้ ดังนั้นข้อควรจำประการที่สามจึงกล่าวว่า “ต่อเมื่อสังขตะธรรมปรากฏชัดเท่านั้น ผู้ปฏิบัติจึงสามารถประจักษ์แจ้งสามัญลักษณะได้” ข้อควรจำประการที่สี่ที่ติดตามมาได้แก่ “เมื่อสามัญลักษณะปรากฏชัดแล้ววิปัสสนาญาณจึงจะบังเกิดขึ้น”

 

และเมื่อบังเกิดขึ้นแล้ว วิปัสสนาญาณก็จะค่อย ๆ พัฒนาขึ้นจนสมบูรณ์จนบรรลุถึงมัคคญาณซึ่งจะติดตามมาด้วยอริยมัคคญาณที่จะทำให้ผู้ปฏิบัติเข้าถึงพระนิพพานอันเป็นการดับกิเลสที่เป็นต้นเหตุแห่งความทุกข์และสภาพธรรมทางกายและจิตทั้งปวง

 

ในการรายงานขณะสอบอารมณ์นั้นจำเป็นที่จะต้องย้ำว่าผู้ปฏบัติควรจะเล่าเฉพาะสิ่งที่ผู้ปฏิบัติได้ “เห็น” หรือประจักษ์แจ้งด้วยตนเองจริง ๆ เท่านั้น มิใช่สิ่งที่ผู้ปฏิบัติคิดว่าตนได้ประสบมา สิ่งที่ผู้ปฏิบัติได้ประจักษ์แจ้งเท่านั้นที่จะเรียกได้ว่าเป็นญาณปัญญาของผู้ปฏิบัติ มิใช่สิ่งที่ผู้ปฏิบัติคิดเอาเองว่าตนมีอยู่ ซึ่งอย่างดีที่สุดก็เป็นเพียงความรู้ที่ขอยืมมาจากผู้อื่น ซึ่งมิได้สอดคล้องกับลักษณะที่แท้จริงของสิ่งต่าง ๆ ที่ผู้ปฏิบัติตามรู้อยู่แต่อย่างใด

 

ในขณะที่ผู้ปฏิบัตินั่งกรรมฐานและกำลังตามรู้อารมณ์หลักอันได้แก่การพองและการยุบของท้องอยู่นั้น ความคิดและอารมณ์หลาย ๆ อย่างอาจเกิดขึ้นได้ซึ่งเป็นลักษณะตามธรรมชาติของจิตที่ไม่อยู่ใต้บังคับบัญชาของผู้ใด จิตมีปรกติท่องเที่ยวไป ละทิ้งจากอารมณ์หลักที่กำลังกำหนดรู้ แล้วฟุ้งไปตามความคิดต่าง ๆ ทั้งที่เป็นกุศลและอกุศล เมื่อเป็นดังนี้ผู้ปฏิบัติควรจะทำอย่างไรดี ผู้ปฏิบัติเพียงแต่กำหนดอะไรก็ตามที่ผ่านเข้ามาในจิตเท่านั้น ผู้ปฏิบัติจะทำได้หรือไม่ คำตอบควรจะเป็นว่าได้ และหากผู้ปฏิบัติกำหนดความคิดได้แล้ว ความคิดยังคงดำเนินต่อไปหรือความคิดถูกสกัดกั้นไว้ หรือว่าความคิดมลายหายไปหมดสิ้น หรือว่าจิตของผู้ปฏิบัติหวนกลับไปหาอารมณ์หลักที่กำหนดอยู่แต่เดิม ผู้ปฏบัติควรที่จะสามารถรายงานสิ่งทั้งหลายที่เกิดขึ้นทั้งหมดในลักษณะนี้

 

ข้อควรจำประการต่อไปก็คือ “ควรที่จะรายงานความคิดที่กำหนดรู้ได้ทั้งหมดในการสอบอารมณ์”

 

สำหรับผู้ปฏิบัติใหม่ ความรู้สึกหรือเวทนาต่าง ๆ อาจยังไม่ปรากฎขึ้นในขณะที่ผู้ปฏิบัติกำลังตั้งใจกำหนดอารมณ์กรรมฐานหลัก แต่ความคิดมักจะเกิดขึ้น แม้กระนั้นผู้ปฏิบัติใหม่จะไม่สามารถกำหนดความคิดที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด เพื่อให้เกิดความคิดฟุ้งซ่านดังกล่าวให้น้อยที่สุด ผู้ปฏบัติใหม่ควรที่จะมุ่งกำหนดจิตให้จดจ่อกับอารมณ์กรรมฐานหลักให้มากที่สุด อย่างไรก็ตามเมื่อผู้ปฏิบัติได้นั่งกรรมฐานไปเป็นเวลา 5 10 หรือ 15 นาที แล้ว ความรู้สึกไม่สบายในร่างกายบางอย่างก็มักจะเกิดขึ้นได้โดยส่งผลกระทบต่อจิตใจ เมื่อความรู้สึกหรือเวทนาเกิดขึ้นผู้ปฏิบัติก็ควรกำหนดรู้ด้วย ในขณะรายงานควรที่จะใช้ภาษาง่าย ๆ เช่น คัน ปวด ชา หรือ ซ่า ฯลฯ มากกว่าที่จะใช้ภาษาบาลีอย่าง “เวทนา” นอกจากนี้ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเองเช่นนี้ควรกำหนดในลักษณะเดียวกันกับที่กล่าวข้างต้นว่า ความรู้สึกนี้มีความรุนแรงมากขึ้น ลดลง ทรงตัว หรือหายไป ดังข้อควรจำประการถัดไปที่ว่า “ความรู้สึกทั้งหลายควรกำหนดรู้และรายงานในการสอบอารมณ์”

 

แล้วจะมีสภาพธรรมอะไรอีกให้กำหนดรู้ สภาพธรรมเหล่านี้ได้แก่ รูปที่เห็น เสียงที่ได้ยิน กลิ่นที่มากระทบจมูก และรสอาหารที่ได้รับประทาน นอกจากนี้สภาพธรรมทางจิต เช่น ความชอบ ความคิดล่วงละเมิด (วิติกกมะ) ความเฉื่อยชา และความเซื่องซึม ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ ความวิตกกังวลสงสัย ความจำ ความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งชัดเจน ความตั้งใจจดจ่อ ความพอใจ ความยินดีปรีดา ความสงบระงับ ความรู้สึกสะดวกสบายในการปฏิบัติ ฯลฯ

 

พระพุทธองค์ทรงเรียกอารมณ์เหล่านี้รวมกันว่า “ธรรมารมณ์” สมมุติว่าความชอบเกิดขึ้นเมื่อกำหนดรู้แล้วเกิดอะไรขึ้น ความชอบจะตามมาด้วยความปรารถนา ผู้ปฏิบัติควรจะสามารถรายงานสิ่งเหล่านี้ได้ ลองอีกสักตัวอย่างหนึ่ง ผู้ปฏิบัติกำลังรู้สึกง่วงเหงาซึมเซา และจิตขาดพลัง เมื่อผู้ปฏิบัติกำหนดรู้สภาวะจิตเหล่านี้ ความฟุ้งซ่านรำคาญใจจะเกิดขึ้น เมื่อผู้ปฏิบัติกำหนดอารมณ์เหล่านี้ตามลำดับแล้วเกิดอะไรขึ้น  เมื่อใดก็ตามที่ธรรมารมณ์เหล่านี้เกิดขึ้น ผู้ปฏิบัติควรที่จะกำหนดรู้ทุกครั้ง

  Copyright 2005-2012 www.sati99.com All rights reserved.
view