เมนู

 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 26/04/2012
ปรับปรุง 04/06/2019
สถิติผู้เข้าชม 497,054
Page Views 656,057
สินค้าทั้งหมด 1
 

60 ชั่วโมง กับเทศนาธรรม

60 ชั่วโมง กับเทศนาธรรม

 

27  มกราคม  2547

            เรื่องความปรารถนาอย่างรุนแรง  อริยบุคคลคือบุคคลเช่นไร  โสดาบันคือบุคคลเช่นไร  ผู้ฟังธรรมะด้วยความสนใจและเอาใจใส่  และนำไปพิจารณา  พยายามทำความเข้าใจในธรรมะ  ใตร่ตรองจนเข้าใจแจ่มแจ้ง  และนำไปปฏิบัติ  และแนะนำสั่งสอน ให้ผู้อื่นให้รู้ตาม  นี้คืออริยบุคคล  คือ บุคคลผู้ประเสริฐ  บางคนพูดถึงธรรมวินัย  และฟังธรรมวินัย  มีความเข้าใจ  เกิดความปิติ  ซาบซึ้งในธรรมะ  เมื่อฟังธรรมของพระพุทธเจ้าแล้วเกิดความพอใจ  นำไปปฏิบัติก็เกิดความซาบซึ้ง  ความเชื่อ  ความเลื่อมใสในธรรมะ  ปฏิบัติต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ อย่างไม่หยุดยั้งจนได้บรรลุโสดาบัน  เมื่อหลายปีมีเด็กชาวพม่าคนหนึ่ง  ฟังธรรมเกิดความเข้าใจอย่างซาบซึ้ง  สามารถเข้าใจในภาษาบาลีที่สะยาด่อร์ยกขึ้นมาพูดและอธิบาย  สามารถเข้าใจในความหมายในธรรมะนั้นอย่างชัดเจนและถูกต้อง  เมื่อลงมือปฏิบัติธรรมและฟังธรรม  เขาเข้าใจมากขึ้น  เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วอย่างน่าประหลาด  อริยบุคคลสามารถฟังธรรมได้เข้าใจง่ายกว่าคนธรรมดา  ชายหญิงที่ได้บรรลุโสดาบัน  ได้ชื่อว่า  เป็นอริยบุคคลนั้น  ย่อมมีความรู้  ความเข้าใจในธรรมะได้ดีกว่าปุถุชนคนทั่วไป  เมื่อฟังธรรมก็จะเกิดความเข้าใจ  เกิดปิติ  เกิดความพอใจในธรรมะ  รู้ว่าอะไรคือกุศลธรรม  และอะไรคืออกุศลธรรม  และย่อมมีความเข้าใจธรรมะ  คำสอนของพระพุทธเจ้าได้ดีกว่าคนที่ไม่ได้ปฏิบัติ  สามารถเข้าใจภาษาบาลีได้  เคยมีเด็กชายคนหนึ่ง  ตามพ่อ แม่ มาฟังธรรม  เขาสามารถเข้าใจได้ดีทุกอย่าง  เมื่อสะยาด่อร์ถามว่า  เธอเข้าใจคำว่านิพพานคืออะไร  เขาก็ตอบได้อย่างชัดเจน  ถามเรื่องธรรมะ  เขาก็ตอบได้อย่างชัดเจน  สะยาด่อร์จึงแนะนำให้พ่อ แม่นั้นพาเด็กมาปฏิบัติให้มากยิ่งขึ้น  เขาก็สามารถปฏิบัติได้อย่างก้าวหน้ารวดเร็ว 

            สะยาด่อร์เคยมีประสบการณ์มาว่า  เคยมีคนมาปฏิบัติกับท่าน  เขาสามารถรู้และเข้าใจในธรรมะในภาษาบาลีได้อย่างรวดเร็ว  เข้มใจรูปนามได้อย่างแจ่มแจ้งรวดเร็ว  มหาเถระผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่เคยปฏิบัติด้วยกับมหาสีสะยาด่อร์กล่าวว่า  ลำพังศึกษาปริยัติอย่างเดียวไม่พอ  จะต้องปฏิบัติด้วยจึงจะเข้าใจธรรมะยิ่ง ๆ ขึ้นไป  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ถ้าได้สังขารุเปกขาญาณก็จะเกิดความสงบเย็นมากขึ้น  ลำพังศึกษาตำราคำสอนอย่างเดียวไม่มีการปฏิบัติ  ย่อมจะไม่มีประสบการณ์  ไม่เข้าใจถึงสภาวะที่เกิดขึ้นที่แท้จริงตามธรรมชาติ แล้วจะไปสอนให้ผู้อื่นให้เข้าใจได้อย่างไร

            ดังนั้น  ก่อนที่จะสอนผู้อื่นจึงต้องลงมือปฏิบัติด้วยตัวเองก่อนจนเกิดความรู้  ความเข้าใจสภาวะที่เกิดขึ้นจริงตามธรรมชาติ  เข้าใจในธรรมะนั้น ๆ จนได้เป็นอริยบุคคล  ได้บรรลุโสดาบัน  ก็จะสามารถสอนผู้อื่นให้รู้ตามได้

 

28  มกราคม  2547

            ผู้ที่ได้บรรลุอริยบุคคลเรียกว่า  สมณคโต  คือ บุคคลผู้มีความสำคัญในพระพุทธศาสนา  เพราะเป็นผู้สนใจ  ใฝ่ใจ  เอาใจใส่ในการปฏิบัติธรรม  และประพฤติธรรม  ซึ่งมีมากกว่า 5  ประเภท  เรียกว่า  มหาปุริสลกฺขณ  

            มหา  แปลว่า  ใหญ่   ลกฺขณ  คือ  ลักษณะ  ปุริสลกฺขณ  คือ ลักษณะของคนผู้ที่บรรลุโสดาบัน  จัดเป็นบุคคล 7 ประเภท  พระสารีบุตร  บอกว่า  พระโสดาบันหรืออริยบุคคลเป็นผู้เต็มไปด้วยคุณธรรมสูงส่ง  มีความรู้  ความเข้าใจในธรรมะมาก  เมื่อปัญญาเกิดขึ้น  เช่น  เมื่อมีอาสวะกิเลสหรือนิวรณ์เกิดขึ้นก็สามารถเอาชนะได้ด้วยตัวเอง  โสดาบันเป็นหนึ่งในเจ็ดประเภทของอริยบุคคลผู้ซึ่งเข้าถึงความพอใจในธรรมะ  ห่างไกลจากกิเลสความเศร้าหมอง  เมื่อกิเลสหรือนิวรณ์เกิดขึ้น  ก็รู้จักวิธีเอาชนะได้  โดยการพิจารณากำหนดอย่างใกล้ชิดเอาใจใส่  มีสติกำหนดทุก ๆ สภาวะที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ก็จะทำให้เข้าถึงความสงบ  เอาชนะอาสวะกิเลสและนิวรณ์ได้  สภาวะทั้งหลายที่เกิดขึ้นก็จะหายไป  ก็รู้ได้ในทันที  วิปัสสนาญาณก็จะเกิดขึ้น  การรู้แจ้งเห็นจริงก็จะเกิดขึ้น  ก็จะทำให้เห็นโลกียธรรมและโลกุตตรธรรมได้  ภิกษุ  ภิกษุณีที่บรรลุโสดาบันจะไม่กล้าทำบาป  หรือต้องอาบัติทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจก็จะต้องทำตามปลงอาบัติโดยเร็ว

            ประเภทที่ 6  อริยบุคคล  หรือภิกษุผู้เป็นอริยะ  ย่อมสนใจเอาใจใส่ในธรรมะ  คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า  และทำตาม

            ประเภทที่ 7  เมื่อฟังธรรมของพระพุทธเจ้าแล้วเกิดความเข้าใจในธรรมะนั้น ๆ ก็พิจารณาบาลีว่า  อริโยปริสุทโธ  คือ ผู้ใดฟังธรรมแล้วมีจิตบริสุทธิ์แจ่มใสก็จะเป็นอริยบุคคลได้  ถ้าผู้ใดเป็นโสดาบันย่อมมีจิตบริสุทธิ์  มีศรัทธา  มีศีลบริสุทธิ์  มหาสีสะยาด่อร์  กล่าวว่า  ผู้ที่บรรลุโสดาบันต้องตั้งใจเอาใจใส่ในการปฏิบัติอย่างจริงจัง  ดังนั้น  โยคีก็เช่นเดียวกันจะต้องปฏิบัติด้วยความขยันหมั่นเพียร  จะได้เป็นผู้สืบทอดศาสนาให้คงอยู่ตลอดไป

 

29  มกราคม  2547

            สะยาด่อร์จีตอบปัญหา

            วันนี้เป็นการปฏิบัติมาจนครบ 2 เดือนแล้ว  จึงเปิดโอกาสให้ถามปัญหา  ผลจากการปฏิบัติและความรู้  ประสบการณ์ที่ได้จากครูบาอาจารย์ที่สอบอารมณ์  เป็นธรรมเนียมผู้ที่มีอายุน้อย  ต้องให้ความเคารพผู้ที่มีอายุมากและผู้มีอายุมากต้องให้เกียรติผู้มีอายุน้อยกว่า  ต้องให้ความนับถือผู้น้อยเช่นกัน  โยคีผู้ปฏิบัติก็เช่นเดียวกัน  ต้องให้ความเคารพต่อครูบาอาจารย์ผู้ให้วิชาความรู้ด้วยความจริงใจ  และเชื่อฟังคำสอน  ปฏิบัติตามคำสอน  กฎ  ระเบียบ  กติกา  ข้อบังคับของสำนักด้วยความเคารพ

            การแสดงความเคารพมี 2 อย่าง 

            1.  การบูชาด้วยวัตถุ  เรียกว่า  อามิสบูชา  ผู้ที่บูชาด้วยอามิสอย่างเดียว  ไม่ปฏิบัติธรรม  ไม่ชื่อว่าเป็นทายาทของพระพุทธศาสนา  เพราะไม่ได้ศึกษาธรรมและปฏิบัติธรรมได้ชื่อว่าเป็นพุทธศาสนิกชนเพียงชื่อเท่านั้น  เพราะรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีเท่านั้น  ไม่ได้เข้าใจคำสอนธรรมะของพระพุทธเจ้า

            2.  ปฏิบัติบูชา  คือบูชาด้วยการปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าด้วยความเคารพ  คือการปฏิบัติสมถะและวิปัสสนากรรมฐาน  ทำให้ได้รู้และเข้าใจธรรมะของพระพุทธเจ้า  จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้สืบต่อพระศาสนา

            พระพุทธเจ้าตรัสกับพระอานนท์ว่า  ผู้ใดบูชาด้วยอามิส คือ วัตถุ  ไม่ชื่อว่าบูชาพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง  ผู้ที่ปฏิบัติเท่านั้นจึงได้ชื่อว่าเป็นการบูชาถูกต้อง  และสืบต่อพระศาสนา  พระศาสนาจะดำรงอยู่ได้ก็ด้วยการศึกษาและปฏิบัติเท่านั้น 

            พุทธศาสนิกชนต้องประกอบด้วยอาตาปี  สติมา  สัมปชาโน

                        อาตาปี  คือ  ความเพียร  เผากิเลสให้หายไป

                        สติมา  คือ  การมีสติอยู่เสมอ

                        สมฺปชาโน  คือ  การรู้ตัวทั่วพร้อมทุกอิริยาบถที่เคลื่อนไหว

เมื่อโยคีประกอบด้วย 3 อย่างนี้ก็สามารถเอาชนะกิเลสนิวรณ์ได้  โยคีผู้มีความเพียรแก่กล้า  มีสติสัมปชัญญะตลอดเวลาสม่ำเสมอเท่านั้น  จึงจะเอาชนะกิเลสทั้งหลายได้

ต่อไปนี้เป็นคำถาม ถามเกี่ยวกับโสดาบัน

            พระโสดาบันชาย หญิง  ผู้มีจิตใจบริสุทธิ์  สติ  สมาธิเข้มแข็ง  มีการกำหนดพอง ยุบอย่างต่อเนื่องจึงเอาชนะกิเลสทั้งหลายได้  โสดาบันบุคคลฝึกฝนปฏิบัติมาแล้วอย่างมาก  จึงเข้าใจสภาวะความเจ็บปวด  การเกิดขึ้นตามความเป็นจริงของธรรมชาติอย่างแท้จริง  จึงเอาชนะความเจ็บปวดนั้นได้  อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้แล้วว่า  โสดาบันจะต้องมีสติตลอดเวลาจึงจะเอาชนะกิเลสและอกุศลทั้งหลายได้  พระอรหันต์ก็เป็นผู้หลุดพ้นจากกิเลสทั้งหลายอย่างสิ้นเชิง
            สะยาด่อร์มีประสบการณ์ในการเทศน์  อบรมสั่งสอนมานาน  ย่อมมีความเข้าใจในเรื่องนี้ได้ดี  ผู้ปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 ย่อมจะรู้แจ้งเห็นจริงเรื่องสภาวะธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและต้องมีความเข้าใจมากขึ้น  ถ้าภิกษุที่ไม่มีการปฏิบัติย่อมเปิดช่องว่างให้กิเลสครอบงำได้ง่าย  ดังนั้น  จึงต้องปฏิบัติให้มาก

  Copyright 2005-2012 www.sati99.com All rights reserved.
view