เมนู

 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 26/04/2012
ปรับปรุง 04/06/2019
สถิติผู้เข้าชม 505,988
Page Views 665,985
สินค้าทั้งหมด 1
 

เตรียมตัวก่อนตาย

เตรียมตัวก่อนตาย

 เตรียมตัวก่อนตาย

              นโม  ตสฺส  ภควโต  อรหโต  สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส  ฯ ชีวิตํ  พยาธิ  กาโล  จ เทหนิกฺเขปนํ  คติ ปญฺเจเต  ชีวโลกสฺมึ    อนิมิตฺตา  น  นายเรติ

                ณ  บัดนี้  จักได้แสดงพระธรรมเทศนาใน  อนิมิตตธรรมกถา  ปรารภงานบำเพ็ญกุศลศพ  ร.อ.นิรัติศัย  แย้มพันธุ์  ผู้บังคับกองร้อยกองพลที่  ๑  รักษาพระองค์  บุตรสุดที่รักของ  พล.อ.ยุทธนา  คุณยงพิมล  แย้มพันธุ์  ซึ่งล่วงลับดับไปแล้ว  หลังจากอยู่ชมโลกเพียง  ๓๐  ปี  การบำเพ็ญกุศลในคืนนี้มีท่าน  พล.อ.อรุณ  ปริวัติธรรม  พล.อ.ศิริ  ทิวะพันธุ์  พร้อมด้วยท่านที่เคารพนับถือ  อีกหลายท่าน  หลายคณะร่วมกันเป็นเจ้าภาพ  เพื่ออุทิศผลานิสงส์แห่งบุญกุศลส่งไปให้แก่  ร.อ.นิรัติศัย  ผู้ล่วงลับ  ด้วยความรัก  ด้วยความอาลัย  หวังที่จะให้  ร.อ.นิรัติศัย  มีความร่มเย็นเป็นสุขในสัมปรายภพ

          การที่คณะท่านเจ้าภาพทุกท่าน  ได้จัดให้มีพระธรรมเทศนาในโอกาสนี้  นับว่าเป็นสิ่งที่น่าอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง  เพราะเรื่องของการฟังพระธรรมเทศนาเป็นเรื่องสำคัญ  โบราณท่านกล่าวไว้ว่า  “สังขารจะสวยเพราะหมั่นขัดสี  คนจะดีเพราะหมั่นฟังเทศน์  ถ้าอยากจะเป็นคนวิเศษ  ต้องหมั่นสร้างเหตุแห่งความดี”

          การฟังเทศน์ก็เป็นความดีอย่างหนึ่ง  อันว่าธรรมะขององค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น  เป็นกฎกติกาหรือจราจรของชีวิต  ธรรมดารถยนต์ที่ขับไปตามกฎจราจร  ย่อมไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย  ฉันใด  คนเราแต่ละคนก็เหมือนรถยนต์แต่ละคัน  ที่แล่นไปบนถนนแห่งวิถีชีวิต  ถ้าทุกคนได้ปฏิบัติตามหลักธรรมขององค์สมเด็จพระบรมศาสดา  อันเป็นเสมือนหนึ่งกฎจราจรชีวิตแล้ว  ชีวิตก็จะปลอดภัย  ได้รับความร่มเย็นเป็นสุข  เพราะฉะนั้น  การฟังพระธรรมเทศนาจึงต้องฟังให้รู้เรื่อง  จำให้ได้  แล้วนำไปปฏิบัติจึงนับว่าการฟังธรรมะ  แล้วจดจำนำไปปฏิบัติเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับทุกๆท่าน

          ท่านทั้งหลายมารำลึกนึกถึง  ร.อ.นิรัติศัย  แย้มพันธุ์  ผู้บังคับกองร้อย  กองพลที่  ๑  รักษาพระองค์  ซึ่งได้พลัดพรากจากบิดามารดา  ผู้บังคับบัญชา  ผู้ใต้บังคับบัญชา  ญาติมิตร  พี่น้องและท่านที่เคารพนับถือกันไปแล้ว  ด้วยวัยเพียง  ๓๐  ปี  การจากไปครั้งนี้  ยังความเศร้าโศกเสียใจอาลัยรัก  ให้เกิดแก่ท่านทั้งหลาย  โดยเฉพาะ  พล.อ.ยุทธนา  และครอบครัว  แย้มพันธุ์  เป็นอันมาก  เพราะเป็นการจากชนิดที่เรียกว่า  “ไปไม่กลับ  หลับไม่ตื่น”  จะปลอบปลุกเท่าไร  ท่านก็คงไม่ฟื้นคืนมาอยู่กับเรา  อาตมภาพในนามคณะสงฆ์วัดประยุรวงศาวาส  ขอแสดงความเสียใจ  และเสียดายในการจากไปของ  ร.อ.นิรัติศัย  ร่มกับครอบครัวแย้มพันธุ์  และคณะท่านเจ้าภาพไว้  ณ  โอกาสนี้ด้วย

          โบราณท่านกล่าวไว้ว่า  “อันคนดีอยู่ไหนใครก็รัก  จากเขาก็อาลัย  ตายก็มีคนเสียดายคิดถึง”  ตามประวัติ  ร.อ.นิรัติศัย  เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่  เป็นกัลยาณมิตรที่ดีของเพื่อนๆ เป็นลูกน้องที่ดีของนาย  และเป็นเจ้านายที่ดีของลูกน้อง  ฉะนั้น  เมื่อท่านมาด่วนจากไปในขณะชีวิตกำลังรุ่งโรจน์  กำลังเป็นที่ชื่นใจของพ่อแม่  เป็นที่ชื่นชมของผู้บังคับบัญชา  เป็นที่ชื่นชอบของลูกน้อง  เป็นความหวังของกองทัพ  และเป็นพลังของประเทศชาติ  การจากไปของท่านในครั้งนี้จึงชื่อว่ายังความสูญเสียให้เกิดขึ้นแก่ส่วนรวมเป็นอันมาก

          มิใช่แต่พ่อแม่เท่านั้น  ที่ต้องสูญเสียเลือดอันเป็นที่รักไป  แต่ชื่อว่ากองทัพโดยเฉพาะกองพลที่  ๑  รักษาพระองค์  ได้สูญเสียนายทหารหนุ่มที่มีความรู้ความสามารถและมีความประพฤติดีเยี่ยมไปหนึ่งท่าน  ก็เมื่อท่านเป็นนายทหารที่ดี  และจงรักภักดีต่อประเทศชาติ  และราชบัลลังก์เช่นนี้  จึงมีแต่คนบ่นเสียดายอาลัยหา  เช่นเมื่อคืนวานที่ผ่านมาก็เป็นที่ปลื้มปีติยินดีเป็นอย่างยิ่งที่  พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ  พระองค์ได้ประทานพระเมตตาต่อ  พล.อ.ยุทธนา  และครอบครัวแย้มพันธุ์  ตลอดถึง  ร.อ.นิรัติศัย  ผู้ล่วงลับ  เสด็จมาเป็นประธานในการบำเพ็ญกุศล  นับเป็นพระมหากรุณธิคุณเป็นล้นพ้น  แก่คณะท่านเจ้าภาพ

          อาศัยเหตุที่ท่านผู้ล่วงลับเป็นคนดีดังกล่าวแล้ว  การจะหักห้ามจิตใจมิให้หวั่นไหวหรือเศร้าโศกเสียใจ  ในการจากไปของท่านคงจะห้ามมิได้  เข้าลักษณะว่า  “จะห้ามน้ำตามิให้ไหลจะห้ามหัวใจมิให้สะท้อน”  ย้อนระลึกนึกถึง  ร.อ.นิรัติศัย  ผู้จากไปห้ามมิได้แน่ๆ

 

ฉากชีวิต

               

         ท่านพระครูพิศาลธรรมโกศล  หรือ  “หลวงตา-แพรเยื่อไม้”  วัดประยุรวงศาวาส  อาจารย์ของอาตมา  ท่านเปรียบเทียบโลกกับชีวิตไว้น่าคิดตอนหนึ่งว่า

          อันโลกเรานี้เหมือนโรงละคร                 ปวงนิกรเราท่านเกิดมา
ต่างร่ายรำทำทีท่า                                              ตามลีลาของบทละคร
บางครั้งก็เศร้า  บางคราวก็สุข                            บางทีก็ทุกข์หัวอกสะท้อน
มีร้างมีรักมีจากมีจร                                            พอจบละครชีวิตก็ลา
อันวรรคตอนละครชีวิต                                       เป็นสิ่งน่าคิดนะท่านเจ้าขา
กว่าฉากจะปิดชีวิตจะลา                                      ต้องทรมากันเหลือประมาณ
มิใช่เทวาจะมาอุ้มสม                                           มิใช่พระพรหมจะมาเสกสรร
มีใช่ศุกร์,เสาร์,อาทิตย์หรือจันทร์                       จะยากดีมีจนก็สุดแต่วิถี
กฎแห่งกรรมทำดีก็ได้ดี                                       ทำชั่วแล้วก็มีแต่เลวทราม
ความดีทำไว้ถึงคราวตายจาก                              ก็มีคนอยากช่วยแบกช่วยหาม
หากทำชั่วก็พาตัวตกต่ำ                                       ถึงมีหน้าก็ต้องคว่ำเหมือนหอยโข่งหอยแครงฯ

          คติธรรมทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นฉากและลีลาของชีวิต  ทุกชีวิตเกิดมาล้วนเป็นตัวละครเอกของโลก  ที่ได้รับบทบาทลีลาคนละแบบไม่เหมือนกัน  แต่ละครที่จะตรึงตราตรึงใจผู้ชม  ได้รับความนิยมชมชื่นในบทบาทลีลานั้น  แสดงว่าท่านไม่แสดงนอกบทบาท  บางท่านแม้จะลีลาท่าทางดีแต่แสดงนอกบทบาท  ชอบเป็นผู้ร้ายมากกว่าจะเป็นพระเอก  นางเอก  ก็หาได้รับความนิยมชมชอบไม่  ท่านทั้งหลายทำอย่างไรเมื่อถึงคราวปิดฉากชีวิตจะมีคนบ่นเสียดายอาลัยหาเฉกเช่น  ร.อ.นิรัติศัย  แย้มพันธุ์  บ้าง?

  Copyright 2005-2012 www.sati99.com All rights reserved.
view