เมนู

 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 26/04/2012
ปรับปรุง 04/06/2019
สถิติผู้เข้าชม 505,971
Page Views 665,968
สินค้าทั้งหมด 1
 

ถามตอบปัญหาวิธีปฏิบัติวิปัสสนา

ถามตอบปัญหาวิธีปฏิบัติวิปัสสนา

v ถาม ครั้งนั่งไปเกิดแสงสว่าง บางครั้งเห็นสีเขียว สีเหลือง เห็นภาพต่างๆ เห็นพระพุทธรูป เจดีย์ คนที่รู้จักกันและตายไปแล้ว บางครั้งเห็นโครงกระดูก เห็นภาพที่น่าเกลียดน่ากลัว จะกำหนดว่าอย่างไร?

           ตอบ อารมณ์เหล่านี้เกิดทางใจ เป็นอารมณ์ของสมาธิ เกิดในขณะที่จิตดิ่งสงบมาก เรียกว่ามโนภาพ อารมณ์เหล่านี้บางครั้งก็ชัดบางครั้งก็ไม่ชัดแล้วแต่สมาธิ ถ้าสมาธิมีกำลังมากก็ชัดเจนแจ่มใส เมื่อมีภาพหรือ นิมิตเกิดขึ้น ให้กำหนดว่า เห็นหนอๆๆ จนแสงสี หรือภาพนั้นๆหายไป แล้วกลับมากำหนดพองยุบต่อไป ถ้า กำหนด แล้วไม่หาย เพราะจิตมีอุปาทานไปชอบ ไปยึดในสิ่งเหล่านั้น ทำให้นิมิตสีแสง ภาพต่างๆ เกิดขึ้นบ่อยๆ ต้องละความชอบใจพอใจในภาพสีแสงที่เห็น โดยกำหนดว่า ชอบหนอๆๆ อยากเห็นหนอๆๆ จนความรู้สึกดัง กล่าวหายไป แล้วกลับไปกำหนดภาพว่า เห็นหนอๆๆ ใหม่ ถ้ายังไม่หายอีก ก็ไม่ต้องสนใจ ให้กลับมากำหนด ที่อาการพองยุบ หรืออารมณ์อื่น ภาพสีแสงก็จะหายไปเอง หรือ ให้ลืมตาขึ้น ภาพก็จะหายไปเหมือนกัน หรือให้ เดินจงกรมให้มากกว่านั่งก็จะแก้ได้เหมือนกัน

v ถาม บางครั้งนั่งไป ตัวโยก ตัวหมุน ตัวโคลง ตัวสั่น ตัวเลือน ตัวกระตุก บางครั้งรู้สึกเหมือนถูกผลัก เป็นเพราะอะไร จะกำหนดอย่างไร?

           ตอบ อารมณ์ก็ดี สภาวะก็ดี หรือความรู้สึกก็ดี บางครั้งเกิดรุนแรง ทั้งขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ไม่เหมือนกัน บางคนมีอาการน้อย บางคนมีอาการมากรุนแรง เพราะมีปีติเกิดร่วมกับสมาธิ มีสภาวะรุนแรงจนควบคุมทางใจ ไม่อยู่ ดังนั้น เมื่อตัวโยก กำหนดว่า โยกหนอๆๆ ตัวโคลง กำหนดว่า โคลงหนอๆๆ ตัวหมุน กำหนดว่า หมุน หนอๆๆ  ตัวเลื่อน  กำหนดว่า เลื่อนหนอๆๆ ตัวสั่น กำหนดว่า สั่นหนอๆๆ ตัวกระตุก กำหนดว่า กระตุกหนอๆๆ  มือสะบัด กำหนดว่า สะบัดหนอๆๆ รู้สึกเหมือนถูกผลัก กำหนดว่า ผลักหนอ บางคนเป็นมากๆ ถึงขนาดรู้สึก ว่าเหมือนบ้านหมุนจริงๆ มีความรู้สึกว่าบ้านโยก บ้านสั่น บ้านโคลง บางทีอาเจียนออกมาก็มี ถ้าเกิดอารมณ์ เหล่านี้ ไม่ต้องตกใจกลัว ให้ตั้งสติอารมณ์เหล่านั้นบ่อยๆ เมื่อสติเพิ่มกำลังมากขึ้นก็จะหายไปเอง

v ถาม ขณะนั่งสมาธิอยู่ บางครั้งมีอาการโยกไปข้างหน้าจนจรดพื้น บางครั้งโยกไปด้านหลัง จนนอน ราบกับพื้น จะแก้อย่างไร?

           ตอบ ครั้งแรกควรกำหนดตามอาการก่อน เช่นถ้าโยกลงข้างหน้ากำหนดว่า ลงหนอๆๆ พอจรดพื้นแล้วค่อยกำหนดกลับตั้งขึ้นว่า ขึ้นหนอๆๆ ถ้าโยกไปข้างหลัง กำหนดว่า หงายหนอๆๆ นอนหนอๆๆ แล้วกำหนดดึงกลับว่า ขึ้น-หนอๆๆ ตั้งแล้วกำหนดอารมณ์หลักต่อไป เป็นอีกก็กำหนดอย่างนี้อีก ถ้าไม่อยากจะนอนราบกับพื้นก็ให้นั่งใกล้ฝาผนัง พอโยกไปข้างหลัง หลังถูกผนังก็กำหนดว่า ถูกหนอๆ แล้วกำหนดว่า ดึงหนอๆๆ ให้ตั้งเหมือนเดิม

v ถาม ถ้าติดสภาวะหมุน หรือโยกหน้าโยกหลังจะแก้อย่างไร?

           ตอบ แก้ดังนี้ ขั้นแรก ควรกำหนดตามอาการ ถ้าไม่หาย ควรกำหนดที่จิตสั่งให้หยุด กำหนดว่า หยุดหนอๆๆ ถ้าไม่หยุด กำหนดที่ต้นจิตว่า อยากโยกหนอๆๆ หรือ อยากหมุนหนอๆๆ อาการโยกหรือหมุนจะค่อยๆน้อยลงๆและหยุดไปในที่สุด ถ้าทำทุกอย่างแล้วก็ยังเป็นอยู่ ควรลุกขึ้นเดินจงกรม แล้วกลับมานั่งใหม่

v ถาม การกำหนดต้นจิตนั้นดีอย่างไร จะใช้กำหนดเมื่อไร ?

          ตอบ การกำหนดต้นจิตนั้น เป็นการปฏิบัติเพื่อความไม่ประมาท จะทำให้ไม่หลงลืมการกำหนดหมายถึงการจะคิด จะพูด จะทำ ต้องมีสติควบคุมหรือรู้ตัวเสมอว่า ขณะนี้กำลังจะทำอะไรอยู่ ควรใช้เมื่อผู้ปฏิบัติ ได้ปฏิบัติมาประมาณ ๗ วันแล้ว หรือได้ขึ้นญาณที่ ๒ แล้วกำหนดต้นจิต จะได้รู้เหตุ รู้ผลว่า จิตนั้นสั่งรูปเป็นความจริงหรือไม่   

v ถาม  นั่ง หรือ  เดิน  มักมีจิตแลบ ๆ  บ่อย ๆ

           ตอบ เหตุเพราะยังกำหนดไม่ได้ปัจจุบัน มักเป็นแก่โยคีในญาณต้น ๆ   

          ทางแก้    ให้พยายามกำหนดให้ได้ปัจจุบัน  พยายามให้จิตรู้ตั้งแต่ท้องเริ่มพอง  ตามไปจนกระทั่งสุดพอง  และให้รู้ตั้งแต่ท้องเริ่มยุบตามไปจนกระทั่งสุดยุบ การแลบบ่อย ๆ  เพราะยังมีอารมณ์ภายนอกมากระตุ้นเตือนให้จิตแลบออกจากกรรมฐานบ่อย ๆ  หากเป็นโยคีใหม่ให้หมั่นกำหนดที่แลบทุกครั้งอันเป็นปลายเหตุ  แต่ถ้าเป็นโยคีที่ปฏิบัติอยู่หลายวันแล้วอาจเป็นเพราะในเวลาปกติไม่หมั่นกำหนดทางอายตนะ  แลละต้นจิตให้เพียงพอ  ปล่อยให้จิตออกรับอารมณ์อื่น  ๆ  ตามความเคยชินอยู่เสมอต้องให้หมั่นกำหนดทางอายตนะ  และต้นจิตให้ได้มาก  ๆ  ยิ่งขึ้น

v ถาม นั่งกำหนดอยู่  มักมีนิมิตเกิดขึ้น   กำหนดพองยุบได้ดีแล้วลืมตัวไป ?

           ตอบ ข้อนี้มักเป็นเหตุเพราะสมาธิมากเกินไป ลองสอบถามดักใจโยคีว่าขณะกำหนดพองยุบอยู่นั้น  กำหนดได้ชัดไหม  โยคีจะตอบว่าชัด  ก่อนที่จะมีนิมิตเกิดหรือลืมตัวไปนั้น  ยังกำหนดได้ชัดไหม  ถ้าโยคีตอบว่าชัดอยู่เสมออย่าเชื่อว่าเป็นความจริง  แสดงว่าโยคีมีสติอ่อนมาก  เพราะตามปกติเหตุที่จะมีนิมิตหรือลืมตัวไปนั้น  การกำหนดจะต้องอ่อนไปจางไป  และไม่ได้กำหนดก่อน  เพราะวิริยะในการกำหนดอ่อนลงไปแล้ว  สมาธิตั้งเด่นขึ้น  นิมิตจึงจะเกิดหรือลืมตัวไป ต้องคาดคั้นให้ได้ความจริงก่อน แล้วโยคีจะเชื่อถือ

         ทางแก้ ให้โยคีกำหนดให้ได้ปัจจุบันอยู่ทุกขณะ  หากรู้สึกว่าพองยุบจะอ่อนไป จางไปให้รู้ตัวว่าสติอ่อน  กำหนดให้แนบชิดยิ่งขึ้นจะไม่มีนิมิตมารบกวน และไม่เผลอลืมทั้งจะเป็นผลให้ญาณถึงถีบสูงขึ้น แม้โยคีในญาณสูง ๆ ก็มักจะมีนิมิตมารบกวนบ่อย ๆ  เช่นขณะแรกนั่งหรือใกล้จะเลิก  หรือ ขณะกำหนดปัจจุบันอ่อนไป  ต้องเตือนให้กำหนดให้เป็นปัจจุบันทุกขณะ อย่าปล่อย  อย่าเผลอ

v ถาม ขณะที่นั่งกำหนดอยู่  รู้สึกปวดกระบอกตา จะแก้อย่างไร?

     ตอบ ผู้ปฏิบัติบางคนจะบอกว่าปวดกระบอกตาขณะที่นั่งกำหนดอยู่ การปวดนี้เป็นด้วยการใช้วิริยะมากเกินไป  กล่าว คือ ในการกำหนดพองยุบนั้น  โดยปกติใช้เพียงความรู้สึกเท่านั้น  คือให้รู้ในขณะท้องพองในขณะท้องยุบ แต่ผู้ปฏิบัติบางคนอาจกลัวจะรู้  ไม่ชัด  แม้จะนั่งหลับตาก็ยังใช้ตาเหลือบลงต่ำเหมือนกับจะจ้องดู  การเป็นเช่นนี้จะเป็นไปโดยไม่รู้ตัว  ผู้ปฏิบัติบางคนอาจจะเถียงว่าไม่ได้ใช้ตาเพ่ง

           ทางแก้   ควรอธิบายให้เข้าใจว่า  ถ้าไม่ใช้ตาก็จะไม่ปวดกระบอกตา การกำหนดที่พองยุบนั้น  ใช้เพื่อให้จิตรู้อย่างเดียว หาจำเป็นต้องใช้ตาดูด้วยไม่ การใช้ตาดูนั้นใช้เพียงดูรูปที่มาปรากฏเท่านั้น  การใช้ตาดูในสิ่งที่มองไม่เห็น  เป็นเหตุให้ปวดกระบอกตาถ้ากำหนด  ให้จิตรู้แต่อย่างเดียวจะไม่รู้สึกปวดเลย

  Copyright 2005-2012 www.sati99.com All rights reserved.
view