เมนู

 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 26/04/2012
ปรับปรุง 04/06/2019
สถิติผู้เข้าชม 531,842
Page Views 696,893
สินค้าทั้งหมด 1
 

สงสัยหนอ พระปัณฑิตาภิวงศ์

สงสัยหนอ พระปัณฑิตาภิวงศ์
ถาม : วิธีใดจะช่วยให้การกำหนดรู้ถูกตรงและแม่นยำได้ ?
ในการเจริญสตินี้ มีความสำคัญมากที่จะต้องประกอบด้วยทั้งความพากเพียรและความแม่นยำในการเล็งเป้าหมายที่กำลังกำหนดรู้ เพื่อให้สติกำหนดความรู้สึกได้เที่ยงตรงและมีพลัง  เครื่องช่วยอย่างหนึ่งที่จะทำให้การกำหนดถูกตรงและแม่นยำนั้นก็คือ การกำหนดรู้ถึงสิ่งที่ปรากฏอยู่อย่างเบา ๆ โดยใช้คำบริกรรมเรียกอาการหรือความรู้สึกนั้นในใจเบา ๆ และเงียบ ๆ  เช่น “พองหนอ พองหนอ ... ยุบหนอ ยุบหนอ”

ถาม : เมื่อจิตฟุ้งออกไป และเริ่มคิดถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ควรทำอย่างไร ?
ในเวลาเช่นนี้ จงสังเกตจิตนั้น ให้ระลึกรู้ว่าเรากำลังคิดอยู่  เพื่อให้เกิดความชัดเจน ควรกำหนดความคิดอย่างเงียบ ๆ ว่า “คิดหนอ คิดหนอ” แล้วกลับมาที่อาการพองและยุบ

ถาม : เราจะสามารถจดจ่ออยู่ที่อาการพองและยุบของท้องได้อย่างสมบูรณ์ตลอดเวลาได้หรือ ?
แม้จะพากเพียรกำหนดอย่างไรก็ตาม ไม่มีใครที่จะสามารถจดจ่ออยู่ที่อาการพองและยุบของท้องได้อย่างสมบูรณ์ตลอดไป จะมีสิ่งอื่นเกิดขึ้นและปรากฏเด่นชัดกว่า  ดังนั้น ขอบเขตของการภาวนาจะครอบคลุมการกระทบผัสสะทางกายและใจทั้งหมด ทั้งการเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น การลิ้มรส การสัมผัสทางกาย และสิ่งที่รู้สึกได้ด้วยใจ เช่น มโนภาพหรืออารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ  เมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เราควรระลึกรู้สิ่งเหล่านั้นโดยตรง และใช้การกำหนดอย่างอ่อนโยนในลักษณะการพูดเบา ๆ ในใจ

ถาม : หลักปฏิบัติเบื้องต้นในการนั่งกรรมฐานคืออะไร ?  หากมีสิ่งอื่นดึงความระลึกรู้ไปจากอาการพองและยุบของท้อง เราควรทำอย่างไร ?
ระหว่างที่นั่งกรรมฐานอยู่นั้น หากมีสิ่งอื่น ๆ ปรากฏเด่นชัดในความรู้สึก จนดึงความระลึกรู้มาจากอาการพองและยุบของท้อง เราก็จะต้องกำหนดสิ่งนั้นให้ชัดเจน  ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเกิดเสียงดังขึ้นระหว่างที่เรานั่งสมาธิอยู่ เราควรน้อมความระลึกรู้มายังเสียงนั้นทันทีที่เสียงดังขึ้น  ให้ระลึกรู้เสียงนั้นตามที่ปรากฏจริง และกำหนดการระลึกรู้อย่างสั้น ๆ ในใจว่า “ได้ยินหนอ หรือ ยินหนอ ยินหนอ ...”  เมื่อเสียงเบาจางลงไปและไม่ปรากฏเด่นชัดก็กลับมากำหนดอาการพองและยุบ  นี้เป็นหลักปฏิบัติเบื้องต้นในการนั่งกรรมฐาน

ถาม : ควรใช้คำบริกรรมอย่างไรจึงจะดีที่สุด ?
ในการกำหนดนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้ภาษายาก ๆ  คำพูดง่าย ๆ หนึ่งคำจะดีที่สุด  สำหรับการรับอารมณ์ทางตา หู ลิ้น เราอาจกำหนดเพียง “เห็นหนอ เห็นหนอ ... ยินหนอ ยินหนอ ... รสหนอ รสหนอ”  สำหรับความรู้สึกทางกาย เราอาจเลือกใช้คำที่อธิบายความรู้สึกมากขึ้น เช่น อุ่น ตึง แน่น แข็ง หรือเคลื่อน    ส่วนสิ่งที่รับรู้ทางใจแม้จะมีหลากหลาย แต่อันที่จริงแล้วก็จะจัดอยู่ในกลุ่มความรู้สึกที่ชัดเจนไม่กี่ประเภท เช่น คิด คาดเดา จำ วางแผน และวาดฝัน

ถาม : วัตถุประสงค์ของการกำหนดรู้อารมณ์ด้วยคำบริกรรมคืออะไร ?
การใช้วิธีการกำหนดรู้อารมณ์ด้วยคำพูดในใจนี้ มิได้มีวัตถุประสงค์ให้เกิดความชำนาญในการใช้คำบริกรรม แต่เพื่อให้เรารับรู้สภาวะอันแท้จริงที่เราประสบอยู่อย่างชัดเจนโดยไม่จมอยู่ในความหมายของคำพูดนั้น  เป็นวิธีการที่สร้างพลังและความจดจ่อของจิต

ถาม : การเจริญสติมุ่งให้เกิดความระลึกรู้เช่นใด และเพราะอะไร ?
เราจำเป็นต้องพัฒนาการระลึกรู้ทางกายและใจที่แม่นยำ แจ่มชัด และลุ่มลึก  ความระลึกรู้ที่ถูกตรงนี้จะช่วยให้เราประจักษ์แจ้งความจริงเกี่ยวกับชีวิต และธรรมชาติที่แท้ของอาการทางกายและใจได้

ถาม : หลังจากนั่งกรรมฐานหนึ่งชั่วโมงแล้ว การเจริญสติก็จบลงหรือ ?
การเจริญสติไม่ได้สิ้นสุดลงหลังจากการนั่งกรรมฐานครบหนึ่งชั่วโมงแล้ว แต่ต้องปฏิบัติสืบเนื่องต่อไปตลอดวัน
การเจริญสติในอิริยาบถย่อย

ถาม : โยคีควรลุกขึ้นจากการนั่งกรรมฐานอย่างไร ?
เมื่อเราลุกจากนั่งกรรมฐาน เราจะต้องกำหนดอย่างระมัดระวัง ตั้งแต่แรกเริ่มที่เกิดความอยากที่จะลืมตา “อยาก(ลืมตา)หนอ อยากหนอ ... ลืม(ตา)หนอ ลืม(ตา)หนอ”  เข้าไปรู้สึกความต้องการทางใจที่จะลืมตาและความรู้สึกทางกายของเปลือกตาที่ค่อย ๆ เปิดขึ้น  กำหนดรู้ต่อไปอย่างเอาใจใส่และแม่นยำ  ด้วยพลังแห่งการกำหนดที่เต็มเปี่ยมตลอดการเปลี่ยนแปรของอิริยาบถจนยืนขึ้นตรงและเริ่มจะเดิน
  Copyright 2005-2012 www.sati99.com All rights reserved.
view